ประวัติซอฟบอล SOFTBALL

ประวัติความเป็นมา ของ ซอฟบอล

ซอฟบอล เป็นกีฬาที่ถือกำเนิดขึ้นมาในประเทศ สหรัฐอเมริกา ลักษณะทั่วไปของวิธีการเล่น ส่วนใหญ่ คล้ายคลึงกับ กีฬาเบสบอล

(Baseball) จึงเรียกได้อีกชื่อหนึ่งว่า เบสบอลในร่ม (Indoor Baseball) เพราะสามารถย่อปรับปรุง ให้เล่นในที่แคบ หรือภายในโรงฝึกพลศึกษาได้ ต้นกำเนิดของการเล่นซอฟบอล อันเชื่อถือได้นั้น ตามบทความ ในหนังสือ Indoor baseball Guide พิมพ์เมื่อปี 1906 โดย American Sports Publishing Company. กล่าวไว้อย่างละเอียดว่า เกมเบสบอลในร่ม ได้กำหนดขึ้นที่เมืองชิคาโก กล่าวคือ เมื่อปี 1887 สมาชิกสโมสรแล่นเรือชื่อ Farragut Boat Club ได้นัดร่วมประชุมกันใน โรงฝึกพลศึกษาแห่งหนึ่งในเมืองนี้ เนื่องจาก เทศกาลขอบคุณพระเจ้า พวกเด็ก ๆ ซึ่งติดตามมาด้วยกับบิดามารดา ต่างพากันเล่น อยู่ใน โรงฝึกพลศึกษานอกห้องประชุมนั้น โดยเก็บเอานวมเก่า ๆ ที่ทิ้งอยู่ภายในนั้น ขว้างรับกันไปมารอบ ๆ ห้อง อย่างสนุกสนาน ในขณะนั้น มีเด็กคนหนึ่ง ถือด้ามไม้กวาดเก่า ๆ และตีกลับไปทางคนที่โยนมาให้เขา ทำเลียนแบบการตีลูกเบสบอล ซึ่งเขาเคยได้เห็นการแข่งขันมาก่อน

ขณะนั้น ยอร์ช ดับบลิว แฮนคอค (George W. Hancock) ซึ่งเป็นผู้นำทางสันทนาการในวันหยุด ประจำโรงฝึกพลศึกษาแห่งนี้ ขณะทำหน้าที่ควบคุมดูแลการเล่นของเด็ก ได้เกิดแนวความคิดใหม่ขึ้นมา โดยฉับพลัน จึงอุทานขึ้นว่า "Say, Boys, Let's play ball" ดังนั้น เขาและพวกเด็ก ๆ ได้ช่วยกัน ยกเบาะมวยปล้ำมาวางทำเป็นเบส (base) หลังจากนั้นการเล่นก็ได้เริ่มขึ้น อย่างมีชีวิตชีวา โดยใช้ ด้ามไม้กวาด ซึ่งหักออกเป็นสองท่อน ขนาดยาวพอเหมาะทำเป็นไม้ตี ใช้นวมชกมวยเก่า ๆ แทนลูกบอล

เย็นวันเสาร์ต่อมา อีกอาทิตย์หนึ่ง นายแฮนคอค นัดให้เด็กเหล่านั้น มาร่วมเล่นกันอีก ซึ่งในวันนั้น เขาได้จัดเตรียมไม้ที่หุ้มด้วยยาง และลูกบอลใหญ่ที่นิ่มกว่าไว้ให้ พร้อมทั้งตั้งกติกาง่าย ๆ บางข้อไว้ด้วย ครั้นเย็นวันเสาร์ดังกล่าวมาถึง แฮนคอคได้จัดเด็กออกเป็นสองพวก และอ่านกติกาการเล่น อธิบายวิธีเล่น แล้วจึงเริ่มเล่นกันอย่างสนุกสนาน เป็นประวัติการณ์ของการเล่นเบสบอลในร่ม อันเสมือน เป็นพิธีเกมใหม่ ของกีฬาประเภทนี้

การเล่นเบสบอลในร่ม ซึ่งใช้ลูกบอลขนาดใหญ่ขึ้นนี้ ได้ถูกโยกย้ายออก ไปสู่สนามเล่นกลางแจ้ง ในฤดูใบไม้ผลิอย่างรวดเร็ว มีบางภาคของประเทศ เรียกชื่อการเล่นนี้เสียใหม่ว่า Indoor - Outdoor ก็มี

เหล่าผู้นำกิจกรรมกลางแจ้ง แห่งเมือง มินนีอาโปลิส และ เซนต์ปอล ร่วมประชุมกัน เขียนกฎกติกา เป็นฉบับแรกเมื่อปี 1908 นับว่าเป็นต้นกำเนิดกติกาซอฟบอล ซึ่งได้ค่อย ๆ พัฒนามาจนถึงปัจจุบันนี้ ปีต่อมา Amateur Softball Association ก็ได้จัดตั้งขึ้นที่เมืองชิคาโก มลรัฐ อิลลินอยส์

นับแต่ปี 1908 เป็นต้นมา เมื่อมีการจัดตั้งรูปสมาคมแห่งชาติ และพิมพ์กติกาคู่มือการเล่น ขึ้นเผยแพร่ ทำให้เกมซอฟบอลได้รับความนิยมแพร่หลายออกไป ทั้งในหมู่เด็ก และผู้ใหญ่ มากขึ้นเรื่อย ๆ จนเกือบ ทั่วประเทศ และได้พิสูจน์แล้วว่า แม้จะเล่นในร่ม หรือกลางแจ้ง ก็มีความสนุกสนานพอ ๆ กัน แต่ทว่า ต่อมาภายหลังนี้ คนนิยมเล่นกลางแจ้งมากกว่า บางทีมีการแข่งขันนัดสำคัญ ๆ เป็นประจำทุกปี มีทั้งผู้เล่น และ ผู้ดูเป็นจำนวนนับหมื่น นับว่ากีฬานี้มีผู้นิยม จัดอยู่ในอันดับนำของอเมริกา

ที่มาของคำว่า "ซอฟบอล"

ชาวอเมริกันบางกลุ่มบางพวก ได้พยายามเปลี่ยนแปลงของเดิม ให้ผิดแผกออกไป เช่น เปลี่ยนกฎกติกา บางข้อบ้าง เปลี่ยนชื่อเกม เรียกเป็นชื่ออื่นบ้าง เมื่อเวลานักกีฬาต่างถิ่น มาแข่งขันกัน จึงทำให้เกิดปัญหา โต้แย้งกันในเวลาแข่งขัน ดังนั้นในปี 1923 นายโยเซฟลี ( Joseph' Lee ) ประธานสภาแห่ง National Recreation Committee เมือง สปริงฟิลด์ อิลลินอยด์ ซึ่งเป็นผู้บริหารงานด้านสันทนาการแห่งชาติ ได้ตั้ง คณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเรียก Playground Baseball Committee ทำหน้าที่สังคายนา กฎกติกา การเล่นซอฟบอลเสียใหม่ ให้เป็นแบบเดียวกัน ในที่สุดก็สำเร็จ และจัดพิมพ์ขึ้นเป็นรูปเล่มที่สมบูรณ์ ใช้บังคับทั่วประเทศ ในฤดูการแข่งขันต่อมา

ในปี 1926 นายวอลเตอร์ แอล. ฮาคานสัน ( Walter L. Hakanson ) ผู้นำคนสำคัญทางการกีฬา แห่งเมือง โคโลราโด ได้ตั้งชื่อเกมนี้ และเสนอให้เรียกชื่อใหม่ เป็นทางการว่า "Softball" ซึ่งที่ประชุมสันทนาการแห่งนี้ ก็ยอมรับกัน ถึงแม้การประชุมที่ชิคาโก ในปี 1932 ซึ่งมีสมาชิกเสนอให้เรียกชื่ออื่น ๆ อีกมากมาย แต่ที่ประชุม ก็ยังคงยืนยันที่จะให้ใช้ชื่อเดิม ดังนั้น ชื่อซอฟบอล จึงใช้กันเป็นทางการตั้งแต่ปี 1926 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน

ความมุ่งหมาย

1. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียน มีพัฒนาการในทุก ๆ ทาง คือ ทางกาย อารมณ์ สังคม และ สติปัญญา

2. เพื่อปลูกฝังให้มีทักษะในการเล่นซอฟบอล ทั้งเพื่อการแข่งขัน เพื่อนันทนาการ และเพื่อเป็นเกมนำ ของกีฬา เบสบอล

3. เพื่อปลูกฝังให้มีนิสัย รักการออกกำลังกายเป็นประจำ โดยเห็นคุณค่า ของการออกกำลังกาย

4. เพื่อให้มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้และเคารพในกฎกติกา มีระเบียบมารยาทในการแข่งขัน