12 เรื่องที่ต้องรู้ในการเทรด

บทความนี้ไม่ไใช่เคล็ดลับที่จะช่วยหรือทำให้คุณมีแรงบันดาลใจ แต่เป็นความจริงเป็นเรื่องที่ใครก็ไม่อยากพูดถึง เราต้องเรียนรู้ทั้ง 12 เรื่องต่อไปนี้ แล้วจะทำให้คุณเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้น

1. เรียนรู้พื้นฐาน

โฟเร็ก พื้นฐาน

เป็นเรื่องที่ต้องพูดถึงนักเทรดหน้าใหม่ มือใหม่ส่วนมากจะมองข้ามการเข้าใจพื้นฐานไป แล้วกระโดดเข้าไปสู่สงครามอย่างเต็มรูปแบบ แน่นอนมันส่งผลร้ายแรงกับพวกเขา

 

 

ถ้าคุณยังเป็นมือใหม่ คุณต้องเรียนรู้พื้นฐานการเทรด !

2. คุณจะไม่รวยเร็ว แต่ประสบการณ์จะทำให้คุณรวย

หากคุณเข้ามาเทรดเพราะอยากจะรวยเร็ว คุณคือนักเดินทางที่ไม่มีเข็มทิศ อย่ามัวแต่ไร้เดียงสาการเทรดเป็นเรื่องของประสบการณ์ ยิ่งคุณมีประสบการณ์มากเท่าไหร่คุณก็จะเทรดได้ดียิ่งขึ้น มักมีการถามบ่อยๆเช่น คุณทำกำไร 90 จุดได้ยังไง ผมทำได้แค่ 70 จุดทั้งๆที่เทรดเหมือนกัน? มันเป็นเพราะประสบการณ์ หากเราเทรดมา 5 ปีเป็นนักเทรดที่มีประสิทธิภาพเราย่อมจะเห็นสิ่งที่มือใหม่ไม่เห็นเพราะใช้ประสบการณ์ เส้นทางของการเป็นเทรดเดอร์เป็นเส้นทางที่ยาวดังนั้นเราต้องเตรียมตัวไว้ 1–3 ปีกว่าที่เราจะได้กำไรอย่างต่อเนื่อง

จำไว้เสมอว่า Forex ก็เป็นอาชีพหนึ่ง ไม่ใช่หนทางลัดไปสู่การรวยเร็ว

3. ผู้เชี่ยวชาญผู้หลอกลวง

ผู้เชี่ยวชาญลวง

การฟังความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญต่างๆนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ปัญหาคือตลาดเงินเป็นที่ที่ มือใหม่ทุกคนชอบคิดว่าตัวเองนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญ และคนอื่นๆอีกมากมายที่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีอายุตั้งแต่ 30–60 ปีนั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงที่ชอบใส่สูทจะบอกว่าตัวเองเป็นนักเทรดมืออาชีพ

และขอให้คุณซื้อหนังสือของพวกเขา คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นเทรดเดอร์ที่ล้มเหลว ซึ่งจะทำเงินจากการสอนผู้อื่นเทรดว่าทำไมถึงขาดทุน

พวกที่อ้างตัวว่าเป็นมืออาชีพ มักจะเป็น ดังนี้ :

1. ชอบให้ข้อมูลเก่าๆซ้ำๆ แล้วก็ไม่เวิร์ค

2. พวกเขามักจะบอกว่าพวกเขาเป็นนักเทรดมืออาชีพที่รวยและพยายามขายหนังสือให้กับคุณ

3. พวกเขาจะบอกถึงสิ่งที่เขาทำได้ เช่น เขาทำเงิน 1 พันเหรียญให้กลายเป็น 1 ล้านเหรียญภายใน 1 สัปดาห์หรืออะไรประมาณนี้

4. พยายามพิสูจน์ว่าพวกเขาเป็นนักเทรดที่ได้กำไรโดยการโพสต์ภาพที่แต่งขึ้นโดย photoshop

5. ชอบใช้คณิตศาสตร์เพื่อให้ตัวเองดูว่าเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ มากกว่าที่เขาเป็นอยู่จริง ตัวอย่างเช่น พูดถึงแต่ order ที่กำไรหลายครั้งแต่ไม่ค่อยจะยอมพูดถึง order ที่ขาดทุน

ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญหรือมืออาชีพนั้นเป็นเรื่องตลก

ระวังอย่าไปหลงเชื่อสิ่งที่พวกเขาพูด

4. วิเคราะห์ด้วยตัวคุณเอง

แกะตามกัน

ต่อเนื่องจากข้อ 3 การที่เดินตามคนอื่นจะทำให้คุณเป็นแกะตาบอด เป้าหมายของคุณคือการเป็นนักเทรดที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่ตามใครซักคนอย่างไม่ลืมหูลืมตาปล่อยให้เขาจูงจมูกไม่ว่าจะไปทางไหน ในฐานะนักเทรดคุณจำเป็นต้องมีวิธีการขั้นตอนในการวิเคราะห์ตลาด และสามารถทำการวิเคราะห์ด้วยตัวเอง ซึ่งจะทำให้คุณเข้าใกล้ความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น

การวิเคราะห์ด้วยตัวเอง จะทำให้ :

1. ทำให้คุณเป็นคนมีความมั่นใจในตัวเอง

2. ได้เรียนรู้ในการเทรด

ถ้าคุณตามคนที่บอกว่าเขาเป็นมืออาชีพอย่างไม่ลืมหูลืมตาคุณก็ไม่ต่างอะไรกับตัวเลมมิ่ง คุณจะทำกำไรได้อย่างไรถ้าวันนึงมืออาชีพเหล่านั้นไม่ให้เคล็ดลับหรือเคล็ดลับของเขามันใช้ไม่ได้อีกต่อไป

คุณจะเข้าใจหรือไม่ว่าพวกเขามาบอกคุณทำไม?

ทำไมตอนนี้พวกเขาไม่มาบอกคุณอีกแล้ว?

5. ตำนานเดโม

หากคุณอยากจะเป็นนักมวยอาชีพคุณต้องออกไปซื้อเกมส์ต่อยมวยเอามาเล่นบนเครื่อง Play 3 แล้วก็มาฝึกมวย อ่านแล้วรู้สึกยังไงบ้าง? มันก็เหมือนกับการเทรดเดโมแล้วคุณหวังว่าจะกลายเป็นนักเทรดมืออาชีพได้

การเทรดเดโม 3 เดือน ไม่เหมาะด้วยเหตุผลสองประการ :

1. เดโมทำให้มือใหม่มั่นใจแบบผิดๆ และทำให้พวกเขาติดนิสัยการเทรดที่ไม่ดี

2. บัญชีเดโมเรามักจะเทรดได้ดีกว่าบัญชีเงินจริงเสมอเพราะมีออพชั่นที่ดีกว่า เช่น ส่ง order ได้ไวกว่าเร็วกว่าและปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย

วิธีแก้ คือ

ใช้เดโมในการเรียนรู้พื้นฐานเกี่ยวกับวิธีการเทรด เมื่อคุณพร้อมที่จะเทรดคุณควรเทรดด้วยเงินจริงเท่านั้น ซึ่งทุกวันนี้คุณสามารถเปิดบัญชีด้วยเงินเพียง 10 เหรียญ แล้วทำไมจึงไม่เทรดเงินจริงกัน

ถ้าหากยังไม่มีความสามารถหาเงิน 10 เหรียญมาเทรดได้

ก็ไม่ต้องมาเทรดเลยดีกว่า....

6. พยายามแก้ปัญหาการขาดทุนติดกันให้ได้

หุ้นตกแดงเดือด

นี่เป็นข้อที่สำคัญที่สุดที่ควรใส่ใจในการเทรด ถ้าไม่มีกฏข้อนี้บอกได้เลยว่า คงไม่ได้เป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ ถ้าคุณเสียสามครั้งติดๆกัน ให้อยู่ห่างๆจากกราฟ หยุดไปซักพัก แล้วกลับมาพร้อมสมองที่ว่างเปล่า การเทรดเสียติดๆกันเป็นสิ่งอันตรายมาก และสามารถนำเราไปสู่การเสียครั้งใหญ่ได้

แค่นี้คงอธิบายได้ชัดพอ ไม่ต้องย้ำอะไรมาก

7. การตามคนอื่น

เคยได้ยินไหมว่า? นักเทรดส่วนใหญ่ของมือใหม่ 90% ล้มเหลวกันทั้งนั้น อย่างไรก็ตามมันก็จริงที่บอกว่านักเทรดมือใหม่ส่วนใหญ่ที่เข้ามาในตลาด ต่างก็ล้มเหลว

ความลับก็คือ การคิดต่างออกจากปากคนส่วนใหญ่และเทรดด้วยตัวเอง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าให้คุณอยู่ห่างๆจากบอร์ดต่างๆ แต่หมายถึงคุณควรทำาทุกอย่างด้วยตัวเอง หาความรู้ประสบการณ์ในการที่จะเป็นอิสระจากการตามความคิดของผู้อื่น

ลองคิดเรื่องพวกนี้ดู :

1. นักเทรดส่วนใหญ่ที่เป็นมือใหม่ ล้วนแต่ล้มเหลว

2. ถ้าเราตามคนส่วนใหญ่ เราก็จะเป็นส่วนหนึ่งของคนส่วนใหญ่

3. ถ้าเราเป็นส่วนหนึ่งของคนส่วนใหญ่ เราก็จะล้มเหลว

การที่จะเป็นอิสระต้องไม่เป็นผู้ตาม

8. ยึดมั่นในวิธีการของตัวเอง

วิธีการเทรดไม่ว่าวิธีใดก็ตามย่อมมีขึ้นมีลง ไม่มีระบบเทรดวิธีการใดหรือการเทรดแบบไหนที่จะได้กำไร 100% ตลอดไป วิธีการเช่น มีโอกาสกำไรเฉลี่ยเท่ากับ 80% บางช่วงของปีควรจะได้กำไร 60% หรือบางทีในช่วงอื่นๆของปีก็ได้กำไร 100% ซักหนึ่งหรือสองเดือน ควรรู้ว่าแต่ละปีจะต้องเจอช่วงที่แย่และต้องเสียมากกว่าที่เคยเสีย เราจะต้องไม่สูญสิ้นศรัทธาและยังเทรดมันต่อไป

แต่ปัญหาของมือใหม่คือ จะยอมแพ้หลังจากเพียงแค่สัปดาห์แรกเท่านั้น

อย่าทิ้งระบบของคุณเมื่อเวลาแย่ๆมาถึง

9. พยายามทำให้มันธรรมดาที่สุด นี่เป็นเรื่องง่ายและธรรมดา!

การเทรดไม่จำเป็นต้องยุ่งยากหรือซับซ้อน ตัวอย่างวิธีการเทรด ค่อนข้างธรรมดาและมีประสิทธิภาพใช้เวลา 2 - 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการเทรด โดยส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตตามปกติ วิธีการเทรดไม่ต้องซับซ้อนและยากต่อการทำความเข้าใจ

ทำให้มันง่าย ซึ่งจะทำให้คุณ:

1. ใช้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

2. ไม่ต้องเฝ้ามาก

3. ทำให้เรียนรู้ได้เร็วยิ่งขึ้น

ถ้าคุณจำอะไรเกี่ยวกับบทความนี้ไม่ได้เลย คุณต้องจำข้อ 10

10. เทรดเพียงคู่เดียวเท่านั้น

กุญแจไปสู่ประตูแห่งการเปลี่ยนแปลงตัวเองจากมือใหม่ไปสู่มืออาชีพคือ การทำให้การเทรดของคุณเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด วิธีหนึ่งที่ง่ายที่สุดคือ การทำให้การเทรดของคุณนั้นธรรมดาที่สุดโดยการเทรดแค่คู่เงินเดียว ข้อนี้ธรรมดามาก แต่ว่าไม่น่าเชื่อว่าไม่ค่อยมีใครทำมัน การเทรดแค่คู่เดียวจะช่วยเราได้เพราะจะทำให้คุณมีสมาธิและพยายามเรียนรู้เกี่ยวกับค่าเงินคู่นั้นๆ ดังนั้นมันจะทำาให้คุณเข้าใจว่ามันเคลื่อนไหวยังไง?

ถ้าคุณพยายามดื้อดึงเทรด 5 คู่ในเวลาเดียวกัน การเรียนรู้ในการเทรดย่อมจะยากกว่า

คุณจะต้องเรียนรู้ลักษณะพิเศษของค่าเงินแต่ละคู่ คุณจะต้อง:

1. มีปฏิกิริยากับข่าวที่แตกต่างตามค่าเงิน

2. อัตราการวิ่งของแต่ละคู่ที่บางคู่ช้าบางคู่เคลื่อนไหวเร็ว

3. เวลาที่คู่เงินเคลื่อนไหวแตกต่างกันในช่วงวันหนึ่ง

4. ต้องจัดการ order ที่เปิดอยู่แตกต่างกันไป

ในฐานะมือใหม่ การกระโดดเข้าเล่นหลายคู่แบบนี้จะทำให้มีความกดดันสูงและทำให้เรียนรู้ได้ช้า

ดังนั้น ควรเริ่มด้วยการเทรดคู่เดียว

เมื่อคุณได้กำไรคุณสามารถเทรดได้หลายคู่ เท่าที่คุณจะสามารถรับได้

11. เทรดเพียงแค่ Time Frame (TF) เดียว

การเทรด Time Frame เดียวก็เป็นการทำให้ระบบธรรมดา

การดู Time Frame เดียวมีประโยชน์ ดังนี้ :

1. ทำให้คุณมีสมาธิจดจ่อกับการเรียนรู้ในแต่ละ Time Frame ดังนั้น มันจะช่วยลดความสับสนที่มาพร้อมกับการเรียนรู้การใช้หลายๆ Time Frame

2. ทำให้คุณต้องดูกราฟน้อยและมีสมาธิในการวิเคราะห์กราฟ Time Frame เดียวมากขึ้น ดังนั้นจะทำให้คุณวิเคราะห์มีประสิทธิภาพและคุณภาพในการวิเคราะห์

3. ช่วยลดการวิเคราะห์มากเกินไปโดยการดูหลาย Time Frame ซึ่งทำให้เกิดข้อขัดแย้ง

4. มันทำให้ชีวิตง่ายขึ้น

จำไว้เสมอว่า ทั้งหมดนี้เพื่อทำให้ระบบเทรดของเราธรรมดามากถ้าคุณเทรด Time Frame เดียวและคู่เงินเดียว ในฐานะมือใหม่คุณไม่ควรจะไปยึดกับกราฟหลายกราฟ

ควรจะเทรดกราฟเดียว จนกว่าคุณจะได้กำไรอย่างต่อเนื่อง

12. กราฟสะอาด

มือใหม่ส่วนใหญ่จะใส่ Indicator เต็มไปหมดในกราฟของพวกเขา ตอนที่เข้าเทรด Indicator ช่วยคุณในการเทรด ฉะนั้นถ้าเราใส่เยอะหมายความว่าดีกว่า? ผิดหรือถูกกันแน่!

เมื่อเทรดเดอร์มีประสบการณ์มากขึ้นพวกเขาจะพบว่ายิ่งน้อยก็ยิ่งดี Indicator ที่มากจะทำให้คุณสับสนมากขึ้น

ยิ่งคุณมี Indicator มากเท่าไหร่ก็จะทำให้ :

1. ทำให้กราฟยุ่งเหยิงยากต่อการวิเคราะห์กราฟ

2. ทำให้คุณต้องคิดมากกว่าปกติและการตัดสินใจของคุณแย่ลง

3. เพิ่มความขัดแย้งของสัญญาณมากขึ้นระหว่าง Indicator

ฟังดูไม่เวิร์คเลยใช่ไหม? ...

Indicator ไม่ใช่ทั้งหมดของการเทรดจะเทรดด้วยกราฟเปล่าๆและอัตรากำไรต่อขาดทุนถึง 80% ไม่ได้บอกว่าคุณต้องเอา Indicator ออกให้หมด แต่ว่าหลายคนเทรดโดยไม่ใช้ Indicator พร้อมกับแนวรับแนวต้านและรูปแบบกราฟแท่งเทียนต่างๆ

อย่างน้อยไม่ควรมีเกินสองตัวในกราฟของคุณ